น้ำมันหอมระเหยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะนอกจากกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยจะทำให้รู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย บรรเทาความเครียดได้แล้ว กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยยังสามารถนำมาใช้ในการบำบัดตามศาสตร์สุคนธบำบัดหรือ Aromatherapy ซึ่งหมายถึง การบำบัดรักษาโดยการใช้กลิ่นหอมของสารหอมในพืชได้อีกด้วย

การนำกลิ่นที่ได้จากพืชมาใช้บำบัดโดยสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยนั้น ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคอย่างแพร่หลาย กลิ่นนั้นยังสามารถช่วยลดอาการเครียด ช่วยในการรวบรวมสมาธิ ลดอาการอ่อนเพลียจากความกดดัน และช่วยปรุงแต่งอารมณ์ให้สดชื่นจากความเหนื่อยล้า สารสำคัญจากน้ำมันหอมระเหย จะมีผลต่อระบบการทำงานในร่างกายที่ควบคุมระบบประสาท และการหลั่งฮอร์โมน โดยกลิ่นที่เราได้รับเข้าไปนั้นจะไปกระตุ้นสมองส่วนที่มีผลต่ออารมณ์ ทำให้เราสามารถนำมาจัดการกับอารมณ์ได้ตามคุณสมบัติของกลิ่นนั้นๆ เช่น ผ่อนคลาย สงบ หรือกระปรี้กระเปร่า

ด้วยความชอบและความหลงใหลในกลิ่นน้ำมันหอมระเหย ของ คุณเป้ง นันทเกียรติ นีลโสภณ กับ คุณน้ำฝน รุจิเรข รุ่งรอดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการใช้น้ำมันหอมระเหย ในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา จึงอยากแบ่งปันประสบการณ์ที่ดีในการใช้น้ำมันหอมระเหยให้กับคนอื่นรอบข้าง เลยได้ทำการศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมถึงกรรมวิธีการผลิตน้ำมันหอมระเหย การได้มาซึ่งคุณประโยชน์ และการประยุกต์ใช้ จนเกิดเป็นแบรนด์ PHOTHI ขึ้น

จุดเริ่มต้นที่ทำให้หันมาสนใจเรื่องเครื่องหอม และกว่าที่จะมาเป็น PHOTHI

เริ่มต้นสนใจผลิตภัณฑ์เครื่องหอมจากภรรยาครับ (คุณน้ำฝน) ตอนเจอภรรยาแรกๆ คุณน้ำฝน แนะนำให้ลองใช้ Essential oil ครับ จากนั้นก็ติดใจและลองใช้เรื่อยมา ความชอบก็สะสมมาเรื่อยๆ จึงทำให้เราเริ่มศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ ว่าผลิตอย่างไร ส่งผลต่อผู้ใช้อย่างไร กลิ่นต่างๆที่เป็นประสบการณ์ และความทรงจำที่ได้สัมผัสมา มันทำให้เราอยากค้นหามันมากขึ้น เช่น กลิ่นแบบนี้มาจากดอกไม้พืชพันธุ์ชนิดใด ใครเป็นคนคิดค้น

เมื่อศึกษามากขึ้นเรื่อยๆเราก็อยากถ่ายทอดประสบการณ์จากกลิ่นเหล่านั้นให้คนอื่น เหมือนที่เราได้ไปเจออะไรที่ประทับใจ ก็อยากจะเล่าเรื่องราวให้คนอื่นๆฟัง จึงก่อตั้งแบรนด์ PHOTHI ขึ้นมา

อยากทราบประโยชน์ที่ได้จากการใช้น้ำมันหอมระเหย

จริงๆประโยชน์ของน้ำมันหอมระเหยที่เราสกัดจากพืช 100% มันก็จะมีคุณสมบัติตามพืชนั้นๆครับ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆเช่น ตะไคร้ (Lemongrass) เราสามารถสกัดน้ำมันหอมระเหยจากทั้งต้นและใบของตะไคร้ โดยกลิ่นของตะไคร้เราจะทราบกันดีว่าสามารถไล่ยุงได้ นั่นคือประโยชน์จากคุณสมบัติของพืชโดยตรง

ประโยชน์อีกทางหนึ่งนั่นก็คือ Aromatherapy หรือการบำบัดตามศาสตร์สุคนธบำบัด ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น วิธีใช้น้ำมันหอมระเหยเพียงแค่หยดลงบนเตาน้ำมันหอมระเหย หรือหยดลงในเครื่อง diffuser กลิ่นหอมๆของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยคลายเครียดและทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หรือจะนำไปผสมกับ carrier oil เพื่อนำไปใช้สำหรับนวดอโรมาก็ได้เช่นกัน

ความหมายและที่มาของ PHOTHI ที่ทำให้รู้สึกถึงความใส่ใจ

PHOTHI มาจากภาษาไทยว่า “โพธิ” ชื่อใบไม้ ที่มีความสำคัญทางพุทธศาสนา มีความหมายแฝงนัยนึงสื่อถึง การรู้แจ้งเห็นจริง ซึ่งมันสอดคล้องกับการที่เราศึกษาเรียนรู้ค้นคว้าในเรื่องน้ำมันหอมระเหยอย่างถ่องแท้ นั่นเลยเป็นที่มาของชื่อแบรนด์และโลโก้ เมื่อพูดถึงแบรนด์ PHOTHI เราอยากให้คนนึกถึง กลิ่นหอมจากธรรมชาติ ที่หอมยาวนาน ดังแบรนด์taglineว่า “The Endless Scents”

สินค้าของ PHOTHI มีอะไรบ้าง

ผลิตภัณฑ์หลักๆในตอนนี้จะมี 3 ชนิด ก็คือ น้ำมันหอมระเหย Aromatic Essential Oil, สเปรย์ปรับอากาศ Aromatic Room Spray, และก้านไม้หอมปรับอากาศ Aromatic Reed Diffuser ซึ่งในอนาคตนั้นเราจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่ต่อไป

แฟนคือคนที่มีส่วนสำคัญกับ PHOTHI

แฟนผมต้องถือว่าเขาคือ co-founder เลยครับ เพราะนอกจากได้แนะนำให้ผมรู้จักกับผลิตภัณฑ์ประเภทนี้แล้ว เขายังมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการทำแบรนด์ PHOTHI พูดได้ว่าถ้าไม่มีแฟนผม ก็คงไม่มี PHOTHI ครับ

สำหรับคนที่ไม่ได้คุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์เครื่องหอม อยากให้อธิบายว่า ‘กลิ่น’ สำคัญยังไง มันเป็นส่วนที่ทำให้เกิดประสบการณ์ได้ยังไง

กลิ่นสำคัญยังไง จริงๆกลิ่นมันอยู่รอบตัวเรา อยู่กับเราตั้งแต่เกิด ทุกสถานที่ที่เราอยู่เราก็สัมผัสได้ถึงมันตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น ในวัยเด็ก เราอยู่กับคุณยายเราได้กลิ่นน้ำอบ กลิ่นดอกมะลิที่คุณยายปรุง หรือ กลิ่นสมุนไพร กลิ่นเครื่องเทศที่เอาไว้ประกอบอาหาร เมื่อโตขึ้น แล้วได้กลิ่นนั่นอีก ก็จะทำให้นึกถึงช่วงเวลานั้นๆ นึกถึงประสบการณ์ในช่วงนั้นๆ สำหรับผม ผมคิดว่ามันเหมือนเครื่องช่วยเตือนความทรงจำ ทำให้เรานึกถึงสถานที่ ที่เราเคยไป กิจกรรมที่เราเคยทำในอดีต หรือสิ่งที่มันเกิดขึ้นรอบๆตัวเราในปัจจุบันก็ตามครับ

Spell Of The Ultimate Well-Being คืออะไรและใครที่สมควรได้รับประสบการณ์นั้นบ้าง

คำนี้มันเป็นสโลแกนที่เราตั้งเอาไว้สำหรับแบรนด์เราครับ อย่างคำว่า Well-Being ก็จะมีความหมายแบบรวมๆก็คือความเป็นอยู่ที่ดี คือเราตั้งใจว่ากลิ่นของเราเหมือนมนต์สะกดที่ทำให้เกิดแต่สิ่งดีๆ ในชีวิต ถามว่าใครควรจะได้รับประสบการณ์นี้บ้าง จริงๆมันก็ทุกคนนะครับที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา ไม่ได้จำกัดว่าเพศไหนยังไง ก็ทุกคนที่เปิดรับกับกลิ่นที่เราทำขึ้นมา

อะไรทำให้ PHOTHI โดดเด่นกว่าแบรนด์อื่นในตลาด

ความมีเอกลักษณ์ของกลิ่นที่เราทำขึ้นมาครับ กลิ่นของเราจะแตกต่างจากที่อื่นนะครับ เพราะเราทำสูตรขึ้นมาเอง เราใช้วัถุดิบของไทยผสมอย่างลงตัวกับวัตถุดิบจากต่างประเทศ จนได้กลิ่นเฉพาะตัวขึ้นมา เพราะฉะนั้นมันจึงแตกต่างจากเจ้าอื่น และการที่เราใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ 100% ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าว่าผลิตภัณฑ์ของเรามีคุณภาพจริงๆ เราเชื่อว่านี่คือสิ่งที่ทำให้เราเราไม่เหมือนใครในท้องตลาด และเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีทางหนึ่งให้หลายๆคนนะครับ

วิธีการทำการตลาดของแบรนด์ PHOTHI ผลิตภัณฑ์น้ำมันหอมระเหยน้องใหม่

คนไทยเริ่มมีความสนใจกับผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มาซักพัก ในขณะที่ต่างชาติเขาสนใจมานานมากแล้ว โดยเฉพาะ คนจีน ฮ่องกง ไต้หวัน หรือคนในโซนเอเชียเราก็ตาม เขามีความสนใจและความชื่นชอบในกลิ่นดอกไม้และสมุนไพรไทย เราเลยเริ่มเจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มาเที่ยวบ้านเราก่อน ก็คิดว่าจะใช้ช่องทางไหนดี จึงมองว่าตลาดนัดสวนจตุจักร เป็นที่ที่จะเข้าถึง target group เราได้ดี เลยเป็นที่มาในการเปิด Offline shop ขึ้น และหวังว่าที่นั่นจะเป็น showcase ให้กับลูกค้าทุกคนได้ทดลองกลิ่นของเรา อนาคตอันใกล้เราจะทำการตลาอแบบออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเจอเราได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น

 

โอกาสทางธุรกิจของแบรนด์ PHOTHI ที่ไปไกลถึงฮ่องกง

นอกจากการทำการตลาดในประเทศแล้วตอนนี้เราได้มี partner อยู่ที่ฮ่องกง ซึ่งเขาสนใจในผลิตภัณฑ์ของเรา และนำไปจำหน่ายที่นั่นโดยมีช่องทางหลักคือ online shop และการออก booth ที่ Flea Market ตามโอกาสต่างๆ นอกจากฮ่องกงแล้วเรามีแผนที่จะขยายธุรกิจไปในประเทศอื่นต่อไป เช่น ไต้หวัน เป็นต้น

ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังมีความต้องการและยังเป็นที่นิยมอยู่ การทำผลิตภัณฑ์เครื่องหอมมันต้องใช้ know-how ในการผลิตกลิ่นๆหนึ่งขึ้นมา นอกจากกลุ่มคนที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ยังสามารถเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับคนทั่วไปที่ยังไม่เคยใช้หรือไม่รู้จักมาก่อนให้มารู้จัก ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่มาก และยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้ในอนาคตครับ

แบ่งปันถึงผู้ประกอบการรายใหม่

สิ่งที่อยากฝากคือต้องมีความตั้งใจมุ่งมั่น แล้วก็ลงมือทำทันที ถ้าเราไม่เริ่มต้นเราก็จะไม่รู้ว่าปัญหาและอุปสรรคคืออะไร เมื่อเราเจอปัญหาเราก็ค่อยๆแก้มันไป เราต้องมี self motivation อยู่ตลอดเวลา ทำไปเรื่อยๆ ทำอย่างต่อเนื่อง อย่าหยุด มีความสุขกับสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่เดือน กี่ปี ก็ให้ทำอย่างมีความสุขเหมือนกับวันแรกที่เราเริ่มทำ ผมว่ามันก็ต้องสำเร็จสักวันนึงครับ

Spread the love
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •